09 เกวลิน อ่องคล้าย ม.4/1

สวัสดีทุกๆคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blog Kewalin_ELF ค่ะ



วันอังคาร, สิงหาคม 12, 2551

(My Diary) 12 ส.ค.51 วันแม่แห่งชาติ


ในที่สุดก็ถึงวันแม่แล้ว วันนี้ตื่นสาย(มากกว่าปกติ)ตื่นมาแม่ก็หลับแล้ว

พอช่วงกลางวันก็นอนดูโทรทัศน์กับแม่

เย็นๆหน่อยๆก็ไปช่วยแม่ในครัว หลังจากนั้นก็เปิด power point วันแม่ ให้แม่ดู ตื่นเต้นมากเลยแต่ดูเหมือนแม่ไม่ค่อยสนใจอะไรนัก(เพราะดูโทรทัศน์อยู่)พอจบก็ให้ดอกมะลิแม่แล้วก็กราบแม่ แม่ก็ให้คำสอนมา แล้วหอมแก้มกัน

ช่วงหัวค่ำก็ออกไปกินข้าวข้างนอกกันเพื่อฉลองวันแม่

สำหรับวันแม่ปีนี้หนูอยากให้แม่มีความสุขมากๆนะคะ รักแม่ทุกๆวันค่ะ

วันจันทร์, สิงหาคม 11, 2551

[My Diary] พรุ่งนี้เป็นวันแม่แล้ว

พรุ่งนี้เป็นวันแม่แล้ว ปกติตอนเด็กก็จะมีการ์ดให้แม่ แต่พอมามัธยมมไม่มีแล้ว รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน แต่ปีนี้ได้มีโอกาสทำการ์ดแบบพิเศษให้แม่ โดยทำเป็น power point ก็ทำมาเรื่อยๆ ตอนแรกจะขอถ่ายรูปคู่กับแม่แต่ไม่มีเวลา เลยแต่งรูปเอง เวลาทำก็รู้สึกซึ้งๆไปด้วย พรุ่งนี้ก็ต้องเปิดให้แม่ดูแล้วรู้สึกตื่นเต้นมากเลย ไม่รู้ว่าแม่จะรู้สึกยังไงเหมือนกัน ตื่นเต้นๆ

วันอาทิตย์, สิงหาคม 10, 2551

[My Diary] มหกรรมงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2551


เนื่องจากเมื่อวานนี้(9 สิงหาคม 2551)
ทางโรงเรียนได้พานักเรียนจำนวนหนึ่ง ไปทัศนะศึกษาในงาน "มหกรรมงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2551" ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติไบเทค บางนา

ข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ซึ่งเราได้ออกเดินทางจากโรงเรียนเวลาประมาณ7โมงเช้า ด้วยรถถึง 8 คัน ข้าพเจ้านั่งอยู่บนรถคันที่ 8 เมื่อไปถึงที่หมาย คุณครูก็แจกสติ๊กเกอร์ซึ่งเป็นบัตรเข้างาน นัดเวลากับนักเรียนก่อนจะปล่อยตัวพวกเราให้เข้าไปในงาน

กลุ่มของข้าพเจ้าก็ไปหาที่นั่งทานข้าวกลางวันเพิ่มพลังก่อนที่จะเข้างาน ในงานมีการจัดนิทรรศการมากมาย ข้าพเจ้าและเพื่อนๆเลือกที่จะไปในส่วนของการทดลองวิทยาศาสตร์ แต่ก่อนจะถึงงานตรงนั้นพวกเราก็ผ่านตรงการจัดแสดงเกี่ยวกับหุ่นยนต์ ซึ่งตอนนั้นกำลังมีการแสดงของวงดนตรีที่แสดงจากนักแสดงที่เป็นหุ่นยนต์(ดังรูป) ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุดในงาน แต่น่าเสียดายที่อัดวีดีโอมาแต่กลับไม่มีเสียเพราะกล้องที่เอาไปไม่สามารถบันทึกเสียงได้

หลังจากนั้นเราก็ได้ลงทะเบียนการทดลองวิทยาศาสตร์ไว้ 2 lab labที่1เป็นการใช้กล้องจุลทรรศน์และความรู้ในเรื่องของไฮดรา ส่วนlabที่2เป็นเรื่องเกี่ยวกับเลือด ข้าพเจ้าได้รับความรู้และความสนุกสนานจากทั้ง 2 lab

หลังจากนั้นก็เดินไปทางที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยต่างๆ และเดินออกไปดูในHall อื่นๆ ก็มีการจัดเกี่ยวกับ ภาวะโลกร้อน โลก อวกาศ ดาราศาสตร์ รวมถึงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ์และอื่นๆอีกมากมาย

ด้วยเวลาที่จำกัดในช่วงท้ายข้าพเจ้าก็เร่งเดินมากขึ้นเพื่อให้ได้ดูทั้งงานก่อนที่เวลาจะหมดจึงไม่ได้เก็บรายละเอียดมากมายนัก ก่อนกลับก็มีการถ่ายรูปที่ระลึกไว้

การทัศนะศึกษาครั้งนี้ให้ทั้งความรู้และความสนุกสนานแก่ข้าพเจ้า ตัวข้าพเจ้าเองจึงคิดว่าหากมีโอกาสได้ไปอีกคงไปร่วมกิจกรรมนี้อีกแน่นอน

วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 07, 2551

งานวิชาภาษาไทย <ตำนานเมืองเพชร>


ตำนานของ “หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา”

ตำนานของ “หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา” แห่งแม่น้ำเพชรบุรี วัดเขาตะเครา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

กว่า 200 ปี มาแล้วที่พระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยองค์เล็ก ขนาดหน้าตักกว้างเพียง 21 นิ้ว ซึ่งลอยน้ำมาจากทางเหนือ (พร้อมพระพี่น้องอีก 4 องค์) ได้ขึ้นประดิษฐานอยู่ ณ วัดเขาตะเครา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นพระพุทธรูปองค์เดียวในจำนวน 5 องค์พี่น้อง ที่มีแผ่นทองคำเปลวปิดหุ้มอยู่หนามากจนแลไม่เห็นความงามตามพุทธลักษณะเดิม

ประวัติความเป็นมา
ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในประวัติของหลวงพ่อบ้านแหลม ว่า ชาวบ้านแหลมซึ่งอยู่ปากอ่าวจังหวัดเพชรบุรี ได้พากันมาจับปลาในทะเล ขณะที่ลากอวนอยู่นั้นได้ลากพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยติดอวนขึ้นมาองค์หนึ่ง ในระหว่างทางกลับ ก็ได้พบพระพุทธรูปยืน (หลวงพ่อบ้านแหลม) ลอยปริ่มๆ น้ำอยู่ไม่ไกลนัก จึงอาราธนาขึ้นบนเรืออีกลำหนึ่ง แต่เกิดอาเพทฝนตกหนัก ลมพายุพัดจัด เรือลำที่พระพุทธรูปยืนประดิษฐานอยู่นั้น ทนคลื่นลมไม่ไหว จึงเอียงวูบไป พระพุทธรูปที่อยู่บนเรือจึงเคลื่อนตกจมหายไปในแม่น้ำ
ชาวบ้านแหลมพากันตกใจและเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ต่างช่วยกันดำน้ำค้นหาอยู่หลายวัน แต่ก็ไม่พบ จึงตกลงว่าไม่ค้นหากันต่อไปอีก จึงนำพระพุทธรูปองค์นั่งที่เหลืออยู่บนเรืออีกลำหนึ่งไปยังถิ่นของตน และนำพระพุทธรูปองค์นั้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่ พ.ศ.2302 เป็นต้นมา และเรียกขานกันว่าหลวงพ่อเขาตะเครา


ชื่อใหม่ของหลวงพ่อ
หลวงพ่อเขาตะเครา ได้รับการเรียกขานนามใหม่คือ “หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา” สาเหตุมาจากมีช่างภาพคนหนึ่งต้องการถ่ายภาพหลวงพ่อ แต่ความที่องค์หลวงพ่อมีทองปิดทับอยู่หนามากจนแลไม่เห็นพุทธลักษณะเดิม ช่างภาพคนนี้จึงไปแกะทองที่ตาหลวงพ่อออกโดยมิได้บอกล่าวและขออนุญาต หลังจากนั้นไม่กี่วันช่างภาพคนนี้ก็มีอาการหูตาบวมเป่ง จึงต้องมากราบขอขมาหลวงพ่อ อาการจึงหายไป
จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงไม่มีใครกล้าไปแตะต้องหลวงพ่อ จนกระทั่งทองปิดองค์ท่านทับถมกันมากขึ้นทุกวันๆ ชาวบ้านที่มานมัสการจึงเติมคำว่า “ทอง” ไปในการเรียกขาน จึงกลายมาเป็น “หลวงพ่อ (ทอง)เขาตะเครา”

พุทธลักษณะ
หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา เป็นพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัย สูง 29 นิ้ว หน้าตักกว้าง 21 นิ้ว แต่เนื่องจากทองที่ปิดองค์พระพุทธรูปนั้นหนามาก จนทำให้ไม่เห็นองค์เดิมว่าเป็นพระพุทธรูปหล่อหรือปูนปั้น แต่จากหลักฐานที่ “สุนทรภู่” กวีเอกของไทย ได้เขียนไว้ในนิราศเมืองเพชร คราวที่ได้ไปแวะไหว้หลวงพ่อ (ทอง) วัดเขาตะเครา ก็พอจะสันนิษฐานได้ว่า หลวงพ่อฯ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์ ดังความว่า
“ไปครู่หนึ่งถึงเขาตะคริวสวาท
มีอาวาสวัดวามหาเถร
มะพร้าวรอบขอบที่บริเวณ
พอจวนเพลพักร้อนผ่อนสำราญ
กับหนูพัดจัดธูปเทียนดอกไม้
จะขึ้นไหว้พระสัมฤทธิ์อธิษฐาน
เขานับถือลืออยู่แต่บูราณ
ใครบนบานพระรับช่วยดับร้อน”
ความศักดิ์สิทธิ์
ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อนั้น เป็นที่โจษขานกันมาแต่โบราณ แม้กระทั่งตอนที่หลวงพ่อจะประทานทองที่องค์ท่านให้นั้น มีผู้เล่าว่า ได้เห็นไฟลุกท่วมองค์ท่านเป็นประกายรัศมีออกมา ทองที่หุ้มองค์ท่านค่อยๆ ไหลหลุดลอกออกบางส่วน ดูน่าอัศจรรย์ และเมื่อนำทองที่ไหลลอกมาไปชั่งน้ำหนัก ปรากฏว่าได้ถึง 9.9 กิโลกรัม ! ทำให้ได้แลเห็นพระพักตร์ชัดเจนขึ้นมาบ้าง ซึ่งก่อนหน้านั้นมีทองปิดหนามากจนองค์ท่านกลมทีเดียว !
นอกจากนั้นยังมีผู้เล่าว่า มีหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวบ้านแหลม ทำไร่ทำนาจนหมดเนื้อหมดตัว จึงคิดจะไปทำมาค้าขายทางใต้ ได้มาไหว้หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา อธิษฐานขอให้ช่วยค้าขายร่ำรวยแล้วจะกลับมาบวชชีแก้บน 15 วัน ปรากฏว่าหญิงคนนั้นค้าขายจนร่ำรวย แต่มิได้กลับมาแก้บนตามที่อธิษฐานไว้ ทำให้มีอาการป่วยหนัก จนกระทั่งผลสุดท้ายต้องกลับมาบวชชีที่วัดเขาตะเครา จึงหายป่วย
อีกเรื่องหนึ่งคือ มีเรือประมงลำหนึ่งถูกมรสุมอัปปางลง ลูกเรือ 11 คนเสียชีวิต รอดมาเพียง 2 คน เพราะมีพระกริ่งและแหวนจำลองของหลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา ทั้งสองคนนี้จึงบนตัวบวชให้หลวงพ่อตั้งแต่นั้นมา และมีอยู่ครั้งหนึ่งขบวนทอดผ้าป่ามาทำบุญที่วัดเขาตะเครา ตอนกลับจากวัดเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำกลางทาง คนโดยสารทั้ง 70 กว่าคนเพียงแค่ฟกช้ำดำเขียวเท่านั้น และมีอยู่คนหนึ่งที่เช่าพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อฯ แล้วอุ้มองค์ท่านอยู่ คนนี้ไม่ได้รับอันตรายใดๆ แม้แต่นิดเดียว !

บนบานศาลกล่าว
การบนบานศาลกล่าวเพื่อขอพรหลวงพ่อให้ช่วยดลบันดาลในเรื่องราวต่างๆ นั้น มักจะสมปรารถนาเสมอ สุนทรภู่เองก็ทราบกิตติศัพท์นี้จึงได้อธิษฐานขอพรจากหลวงพ่อ ดังนี้
“ได้สรงน้ำชำระพระสัมฤทธิ์
ถวายธูปเทียนอุทิศพิษฐาน
ขอเดชะพระสัมฤทธิ์พิสดาร
ท่านเชี่ยวชาญเชิญช่วยด้วยสักครั้ง”
สิ่งที่ห้ามบนก็คือ ขอให้ไม่ถูกเกณฑ์ทหาร เช่นเดียวกับหลวงพ่อโสธรและหลวงพ่อบ้านแหลมนั่นเอง เพราะถ้าบนอย่างนี้ จะต้องเป็นทหารทุกราย !
ส่วนการแก้บนนั้น สิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนที่ทำกันต่อๆ มานั้น ถ้าดูในสมัยก่อนจากคำอธิษฐานดังกล่าวของสุนทรภู่ ว่าถ้าสมหวังในเรื่องที่ขอไว้ สุนทรภู่จะถวายละคร พร้อมทั้งเทียนเงินทองและของเสวยตามที่มีผู้กระทำกันมา
“แม้นได้ของสองสิ่งเห็นจริงจัง
จะแต่งตั้งบายศรีมีละคร
ทั้งเทียนเงินเทียนทองของเสวย
เหมือนเขาเคยบูชาหน้าสิงขร”
จากคำบอกเล่าของผู้คนที่วัดเขาตะเคราบอกว่า การแก้บนก็แล้วแต่สิ่งของที่บนไว้ ซึ่งก็มีทั้งละคร ข่าวปลาอาหาร ประทัด เป็นต้น แต่หากต้องการให้ได้ผลสมปรารถนาเร็ว ต้องบนตัวบวช ไม่ว่าจะเป็นบวชพระ บวชเณร บวชชี บวชชีพราหมณ์ บวชเนกขัมมะ ผู้ที่บนตัวบวชนี้จะได้ผลสมหวังทุกราย
ทุกวันนี้หลวงพ่อ (ทอง) เขาตะเครา ยังคงเป็นที่พึ่งทางใจให้กับชาวเมืองเพชรและผู้คนมากมายที่เดินทางมากราบไหว้หรือแม้แต่ระลึกถึงท่านอยู่เสมอๆ

ที่มา : http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13542

วันอาทิตย์, สิงหาคม 03, 2551

[My Diary]จุลชีววิทยา กับ เหล่าเพื่อนๆ


เมื่อวานนี้(เสาร์ 2 ก.ค. 51)
ทางโครงการที่อยู่นั้นได้พาไปเรียนเพิ่มเติม ตอนจะไปก็ขี้เกียจอยู่เหมือนกันเพราะเป็นวันเสาร์เลยง่วงนอน พอไปถึงช่วงเช้าก็จะเป็นการบรรยายเกี่ยวกับจุลินทรีย์ พวกแบคทีเรียต่างๆ เอกสารเป็นภาษาอังกฤษทำให้เข้าใจยากอยู่เหมือนกัน เนื้อหาต่างๆก็ไม่เคยเรียนมาก่อนเลยมีงงอยู่บ้าง
ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการปฏิบัติ ทำให้รู้เรื่องมากขึ้นเพราะลงมือทำเอง มีทั้งให้ทำอาหารของแบคทีเรีย วิธีแยกพวก แบคทีเรีย รา ยีสต์ต่างๆ และการใช้ก้องส่องดูแบคทีเรีย เป็นสิ่งที่สนุกสนานเลยทีเดียว เพราะไม่เคยเห็นเลยทำมาก่อน จึงขอขอบคุณคุณครูทุกๆท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ส่วนในขากลับดูจะสนุกสนานกว่าขามา เพราะรถที่นั่งมาเครื่องก็ค่อนข้างแรง จนทำให้กล่องที่วางอยู่ท้ายรถตกลงไปกลางถนน(กลางถนนจริงๆนะ)เพื่อนที่เห็นก็พากันส่งเสียงกันลั่นรถ ส่วนเราเองก็หันไปกดกริ่งบนรถ(ไม่รู้มีใครกดอีกหรือเปล่าเพราะกริ่งมีหลายอัน)พอรถหยุดเพื่อนผู้ชายคนเดียวบนรถก็รีบลงไปเก็บมาทันที เพื่อนๆบนรถจึงพากันปรบมือให้กับความเป็นสุภาพบุรุษ หลังจากนั้นเพื่อนๆก็ปล่อยมุขออกมาเรื่อยๆ ทำให้เพื่อนหัวเราะออกมา สนุกสนานเฮฮากันทั้งรถเลยทีเดียว ทำเอาเราเองหัวเราะกันน้ำตาไหลเลย

มีเพื่อนพูดออกมาว่า "ตอนแรกก็ไม่คิดว่าห้องพวกเราจะเป็นแบบนี้ สงสัยเก็บกดกันมา"

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 20, 2551

[My Diary]วันหยุดหลังสอบ

และแล้ว การสอบกลางภาคของโรงเรียนก็เสร็จสิ้นลง(รอคอยผลคะแนน) หลังสอบก็เป็นวันหยุด ได้หยุด 4 วัน (พฤหัส-อาทิตย์)
วันที่1 ไปเวียนเทียนกับทางโรงเรียนในช่วงบ่าย หลังจากนั้นเพื่อนๆก็ชวนกันไปเลี้ยงส่งเพื่อนที่จะไปเยอรมัน มีทั้งเพื่อนเก่าที่มาจากโรงเรียนอื่นก็หลับมาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน ดูเหมือนจะเป็นงานเลี้ยงรุ่นไปซะแล้ว แต่ก็รู้สึกดีใจมากๆ คิดถึงเพื่อนๆทุกๆคน คิดถึงสิ่งต่างๆที่ทำด้วยกัน ความผูกพันธ์ต่างๆ ตั้ง3ปี
วันที่2 ไปทำการบ้านที่บ้านเพื่อนๆ ถ้าทำคนเดียวคงไม่เสร็จแน่ๆ
วันที่3 ยังคงทำการบ้านแต่ทำอยู่ที่บ้านตัวเอง
วันที่4 สะสางการบ้านทั้งหมด
หยุด 4 วันเป็นวันที่ค่อนข้างจะมีควมสุขเลยทีเดียว (อยากหยุดอีกเยอะๆ) เด็กนักเรียนทุกคนจะเป็นอย่างนี้รึเปล่า?

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 03, 2551

[My Diary]เรียน

ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงวันสอบกลางภาคเข้าไปทุกที ตั้งแต่เปิดเทอมมาก็รู้สึกว่า ม.ปลาย มันแตกต่างกับม.ต้นอย่างสิ้นเชิง ทั้งเรียนยากขึ้น การบ้าน งานต่างๆเพิ่งขึ้น กิจกรรมก็เยอะ คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวสักพัก Fighting!!!